พ่อมดการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett-World’s Greatest Money Maker)

เขาเป็นนักทำเงินที่เก่งที่สุดในโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ มีทรัพย์สินมากกว่า GDP ของประเทศกว่าครึ่งบนโลก เมื่อคำนวณครั้งล่าสุด เขามีเงินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ และเขาทำทั้งหมดได้ แค่เพราะเขาลงทุนให้ถูกบริษัทเท่านั้น

“คนบางคนก็มีความสามารถบางอย่างมากกว่าคนอื่น คนส่วนใหญ่ก็ร้องเพลงได้ดีกว่าผมเยอะ ผมเองก็แค่ทำเงินได้เก่งกว่าคนส่วนใหญ่เท่านั้นเอง”

ถ้าตอนที่เขาเริ่มทำงานแรกๆ คุณไว้ใจให้เขาบริหารเงิน 10,000 ดอลลาร์ให้คุณ ถึงตอนนี้คุณก็จะมีเงินถึง 50 ล้าน ดอลลาร์แล้ว

“เป็นเงินมากโขทีเดียว”

คนมีชื่อเสียงทุกคนอยากเข้าหาเขา แต่บัฟเฟตต์กลับยังติดดินได้ เศรษฐีร่ำรวยคนอื่นๆ มันตกเป็นเป้าการด่าทอ และตัวคุณบัฟเฟตต์ก็แคลงใจคนเหล่านี้เช่นกัน

“ความคิดที่ว่าคนพวกที่ยักย้ายทรัพย์สินไปทั่วเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์นั้น ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากสภาพที่ควรจะเป็นเยอะเลย”

บัฟเฟตต์แตกต่างออกไป เขาได้สร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และใช้วิธีบริหารในแบบของเขาเอง

“เขาเป็นผู้นำที่โดดเด่นมากครับ ผมไม่เห็นว่าจะมีใครใกล้เคียงได้”

“สิ่งที่คุณเห็นคือความเป็นจริง 100% ค่ะ”

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ให้โอกาสอันหาได้ยากให้ผมสำรวจโลกของเขา ผมอยากจะรู้ว่าเขาทำเงินได้ยังไง และว่าเขาจะเป็นตัวแทนพวกอภิมหาเศรษฐีได้หรือไม่

ผมมาถึงเมือง โอมาฮา (Omaha) รัฐเนบราสกา ซึ่งอยู่ในแถบมิดเวสต์ ของสหรัฐฯ เมืองนี้อยู่ห่างจากวอลล์สตรีท (Wall Street) ถึง 1,200 ไมล์ โดยได้เติบโตขึ้นมาเพราะเป็นชุมทางรถไฟของอุตสาหกรรมบรรจุเนื้อ ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่น้อยกว่าครึ่งล้านคน

จุดหมายของผมคือตึกธรรมดาๆ ตึกนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยอมให้ผมเข้าพบครับ

ตอนนี้ผมจะได้เข้าพบคุณบัฟเฟตต์ ที่สำนักงานใหญ่ของเขาบนชั้น 40 ของตึกนี้ และถ้าคุณอยากรู้ก่อนว่าเขาเป็นคนยังไง ลองฟังอีเมลที่เขาส่งมาให้เรานี่ครับ เขาบอกว่าเขาอาจไม่มีเวลาให้เรามาก เพราะ “เฉลี่ยแล้วผมจะมีเวลาอยู่บนโลกนี้อีกแค่ประมาณ 4,000 วัน และผมพยายามจะทำกิจกรรมทุกอย่างให้ได้ตามสัดส่วนที่พอเหมาะ” เป็นการคำนวณตามหลักเหตุผลมากเลยครับ แต่คนทั่วไปคนไม่ได้คิดเรื่องนี้เท่าไหร่

คุณบัฟเฟตต์บริหารบริษัทชื่อว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ซึ่งมีมูลค่าหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์ แต่กลับเช่าพื้นที่สำนักงานเพียงชั้นเดียว คุณบัฟเฟตต์ไม่ได้ชื่นชอบความอลังการ 

“งั้นตรงนี้เป็นห้องพักผ่อนเหรอครับ”

“นี่ล่ะครับ ตรงนี้แหละ ดื่มโค้กเลยครับ”

เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ลงทุนในบริษัทอื่นๆ ที่จ้างงานคนเป็นพันๆคน ตัวคุณบัฟเฟตต์เองเป็นเจ้าของ 25 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท

“นี่คือสำนักงานทั้งหมดแล้วเหรอครับ มันไม่ค่อยใหญ่เลยนะ”

“ก็ บริษัทเราเหมาทั้งชั้นนี้น่ะครับ ผมก็อยู่นี่มา 47 ปีแล้ว เริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม 1962 เราค่อยๆเติบโตมาถึงจุดนี้ มีพนักงานทั้งหมด 20 คนที่นี่ แต่ถ้ารวมทั่วโลกก็ประมาณ 240,000 คนครับ และมีที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ ถึงจะดูเหมือนไม่ใช่ก็ตาม”

ที่เห็นนี้คือทีมงานของบัฟเฟตต์ ใช่ครับ ทีมทั้งหมดที่บริหารอาณาจักรมูลค่าหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์ ผมเคยเห็นบริษัทที่เล็กกว่านี้แต่มีจำนวนคนคอยชงกาแฟเยอะกว่านี้ด้วยซ้ำ

“เขามีเลขาฯอยู่สองคน นักบัญชีและนักค้าพันธบัตรอย่างละคน แค่นั้นเองค่ะ ฉันไม่เคยเห็นอย่างนี้เลย จากประสบการณ์ที่เคยสังเกตธุรกิจมามากมาย เขาไม่ได้มีทีมสนับสนุนหรือความช่วยเหลือเลย”

คุณบัฟเฟตต์มีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจัดการสายที่โทรเข้ามาสอบถาม และตามที่เขาบอก เขาก็แค่นั่งในห้องทำงานแล้วอ่านหนังสือทั้งวันครับ

“บนโต๊ะไม่มีคอมพิวเตอร์เลยนี่ครับ”

“ผมไม่เคยมีคอมพิวเตอร์ และไม่เคยมีเครื่องคิดเลขบนโต๊ะครับ”

บัฟเฟตต์ตัดสินใจลงทุนและซื้อหุ้นบริษัทอื่นจากที่นี่ ใช้เวทย์มนต์ทางการเงินของเขาเอง 

โอมาฮามีชีวิตชีวาขึ้นมาปีละครั้ง ผู้ถือหุ้นบริษัท เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ จะหลั่งไหลกันเข้ามา คนจำนวน 35,000 คนเดินทางมายังงานประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของบริษัท บ่อยครั้งงานนี้ถูกขนานนามว่าเป็น เทศกาลวู๊ดสต๊อคของนักทุนนิยม (Woodstock for Capitalists) ใครๆก็สามารถซื้อหุ้นของเบิร์กเชียร์ และเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งในความสำเร็จของบัฟเฟตต์ได้

“นี่ล่ะครับ กระแสทุนนิยมของแท้”

มันเป็นมากกว่างานประชุมบริษัทธรรมดา นอกจากการรวมตัวกันแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นตามธุรกิจในท้องถิ่นที่ เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ เป็นผู้ถือหุ้นด้วย นี่เป็นคืนที่ร้านไอศกรีมนี้วุ่นที่สุดในรอบปี ผมได้ทราบว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนลูกศิษย์ของบัฟเฟตต์ด้วย

“เขาเป็นคนมีสามัญสำนึกค่ะ คนสมัยนี้จะมีสามัญสำนึกกันสักกี่คนเชียว”

“ผมเป็นนักศึกษาอยู่ครับ ขนาดผมยังรู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนที่ไม่น่าตัดสินใจผิด”

“เขาก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เป็นแค่คนธรรมดา”

“เขาเป็นนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ”

นอกจากไอศกรีมแล้ว คุณยังหาซื้อหนังสือของคนที่พวกเขาเรียกว่า ‘ท่านเทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา’ ได้ด้วย และอาจได้มองเห็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเขา 

ที่งานประชุมผู้ถือหุ้น บัฟเฟตต์ถูกรุมล้อมไปด้วยฝูงชนและกล้องบันทึกภาพ เป็นภาพที่เราคาดจะได้เห็นจากเศรษฐีคนดัง แต่เมื่อหลบออกจากแสงสปอตไลท์แล้ว เขาอยู่ในโลกที่ต่างออกไปมาก ไม่เหมือนกับเศรษฐีคนอื่นๆ เขาอยู่ในโลกแห่งความจริง

ลองดูบ้านเขาสิครับ เขาซื้อมันมาในราคา 31,000 เหรียญเมื่อกว่า 50 ปีมาแล้ว มันตั้งอยู่บนหัวมุมถนนของย่านอยู่อาศัยที่น่าอยู่พอดูในเมืองโอมาฮา

“ผมมีความสุขที่นั่นครับ ถ้าผมคิดว่าอยู่ที่อื่นแล้วมีความสุขมากกว่าผมคงย้ายไปแล้ว ผมไม่เห็นว่าการมีบ้านสิบหลังทั่วโลกจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้นยังไง ถ้าผมอยากจะเป็นเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ ผมคงจะทำอาชีพนั้นไปแล้ว แต่ผมไม่อยากจะต้องจัดการกับบ้านตั้งสิบหลัง และผมก็ไม่อยากให้คนอื่นมาจัดการให้ผมด้วย และผมก็ไม่เห็นว่ามันจะทำให้ผมมีความสุขมากขึ้นตรงไหน”

“แต่บ้านคุณไม่ใช่บ้านที่ใหญ่ที่สุดบนถนนแถวนั้นด้วยซ้ำนะครับ”

ผมอุ่นพอในหน้าหนาว และเย็นสบายพอในหน้าร้อน มันสะดวกสบายสำหรับผม ผมนึกภาพบ้านที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วครับ

รถของเขาก็เรื่องราวคล้ายๆกัน 

“ตอนปีที่เขาได้รับตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดในโลก คุณซื้อรถเป็นของขวัญให้เขาใช่ไหมครับ จริงหรือเปล่าครับที่คุณซื้อรถคันนั้นได้ในราคาถูกเพราะมันเคยเสียหายจากลูกเห็บ”

“จากลูกเห็บ ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนซื้อรถ 3-4 คันล่าสุดให้เขา คุณต้องรู้ก่อนว่าพ่อจะใช้รถไปจนกว่าฉันจะบอกพ่อว่า โอเค รถเริ่มเก่าจนน่าอายแล้วนะ พ่อต้องซื้อรถใหม่ได้แล้ว รถคันนี้ไม่ได้ดูเหมือนเสียหายจากลูกเห็บเพราะมันถูกซ่อมมาแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เคยถูกลุกเห็บตกใส่จนเสียหาย มันเลยราคาถูกกว่า จะมีที่อื่นให้ราคาดีกว่านั้นอีกเหรอ”

บัฟเฟตต์ก็มีเพื่อนอภิมหาเศรษฐีเหมือนกันครับ คนที่สนิทที่สุดคือ บิล เกตส์ ปีนี้เกตส์เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ส่วนปีที่แล้วคือบัฟเฟตต์ แต่เขาทั้งสองอยู่อันดับต้นๆของบุคคลร่ำรวยมานานหลายปีแล้ว เท่าที่รู้ เรื่องอันดับไม่ใช่เรื่องที่อ่อนไหวหรืออะไรเลย

“เราหัวเราะเรื่องนี้กันตลอดครับ ขึ้นอยู่กับว่าปีนั้นเขาอยู่อันดับไหน ผมมักจะส่งขอขวัญขำๆไปให้เขาเสมอ จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาตกไปอยู่อันดับแปด ผมก็เลยส่งของเล่นรูปลูกบิลเลียดเบอร์แปดไปให้เขา”

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

Comment

Comment:

Tweet

Pr Master Pawit View my profile