1. เลือกความเรียบง่าย มากกว่าความซับซ้อน

บัฟเฟตต์ แนะนำว่า “เมื่อลงทุน ทำให้เรียบง่าย ชัดเจน อย่าพยายามหาคำตอบที่ซับซ้อน จากคำถามที่ซับซ้อน”

จำไว้ว่าความยากไม่มีในการลงทุน มองหาบริษัทที่มีประวัติยาวนานและสามารถคาดเดาอนาคตของธุรกิจได้

ถ้าคุณไม่เข้าใจธุรกิจ อย่าซื้อหุ้น

2. ตัดสินใจลงทุนด้วยตัวคุณเอง

อย่าเชื่อโบรกเกอร์, นักวิเคราะห์ หรือผู้รู้ จงเชื่อตัวคุณเอง

เมื่อคุณพบที่ปรึกษาทางการลงทุนหรือนักลงทุนมืออาชีพ จงถามว่า “พวกคุณจะได้อะไรจากผม”
ถ้าคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจคุณก็ควรจะเดินหนีไปซะ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่าเป็นเทคนิคที่พิสูจณ์แล้วว่า จะสร้างผลตอบแทนที่ดีมากในระยะยาว

3. จงมีสติ

บัฟเฟตต์แนะนำว่า ปล่อยให้คนอื่น ๆ ตื่นตระหนกไปกับตลาดแล้วเมื่อมันสงบคุณจะได้ประโยชน์จากมัน

อย่าคิดจะเป็นเจ้าของหุ้น ถ้ามันจะทำให้คุณตื่นตระหนกและขายหุ้นของคุณเมื่อราคาตกลง 50%

คำแนะนำ 3 ข้อ ตอนตลาดตก
1. เกาะติดอยู่กับบริษัทที่ดี
2. รู้จักตัวเอง
3. อย่าตัดสินใจลงทุนเพราะมีคนอื่นมากระซิบหุ้นเด็ด

4. จงอดทน

บัฟเฟตต์แนะนำให้คิดถึงระยะเวลาเป็น 10 ปี แทนที่จะเป็น 10 นาที ถ้าคุณไม่สามารถจะถือหุ้นได้เป็นทศวรรษก็อย่าซื้อหุ้นตั้งแต่แรก

อย่าหมกมุ่นอยุ่กับราคาหุ้น จงศึกษาพื้นฐานของธุรกิจ ความสามารถในการสร้างกำไร อนาคตของบริษัท และอื่น ๆ

เวลาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของธุรกิจ

5. ซื้อธุรกิจไม่ใช่แค่ซื้อหุ้น

ถ้าคุณซื้อหุ้นของบริษัทที่ดีแล้ว ปล่อยให้คนอื่น ๆ กังวลเรื่องตลาดหุ้นไปเถิด

ผลประกอบการของธุรกิจคือ กุญแจสำคัญของการเลือกซื้อหุ้น ให้ศึกษาผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทที่อยุ่ในรายการหุ้นที่คุณสนใจ

จงมองหาความแน่นอนในตลาดที่ไม่แน่นอน ธุรกิจจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้นระยะยาวเท่านั้น

6. จงมองหาบริษัทที่มีฟรานไชส์

บัฟเฟตต์เรียกธุรกิจบางประเภทว่า “ฟรานไชส์” ซึ่งเปรียบเสมือนธุรกิจที่มีกำแพงและคูเมืองล้อมรอบอยู่ ซึ่งสามารถป้องกันศัตรูได้

ธรกิจที่มีฟรานไชส์เศรษฐกิจต้องขายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่
1.  จำเป็นหรือตอบสนองความต้องการ
2.  ไม่ต้องการเงินลงทุนที่มากเกินไป
3.  เป็นผู้นำตลาดและไม่มีคู่แข่งที่ใกล้เคียง
4. สามารถขึ้นราคาสินค้าหรือบริการได้อย่างอิสระ

จงค้นหาบริษัทที่มีป้องปราการล้อมรอบ จงมองหาบริษัทที่อยู่เหนือคู่แข่ง

อย่าซื้อขายหุ้นบ่อย ๆ จากงานวิจัยพบว่าการเข้าออกตลาดบ่อย ๆ จะสร้างผลขาดทุนมหาศาล

ข้อควรปฏิบัติ
มองหาธุรกิจฟรานโชส์ที่จะยืนหยัดผ่านการทดสอบของกาลเวลา
ศึกศาพื้นฐานของบริษัทก่อนที่คุณจะซื้อมัน

อย่ากลัวที่จะตกรถไฟ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจในรถไฟขบวนนั้น

7. ซื้อโลเทคไม่ใช่ไฮเทค

ในโลกของบัฟเฟตต์การประสบความสำเร็จในการลงทุนคือการสร้างความเพลิดเพลินอย่างหนึ่ง ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของจรวด, แสงเลเซอร์ หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มักจะเกี่ยวกับเครื่องของ อิฐ, พรม, สี ลูกอมและฉนวน

อย่าถูกยั่วยุด้วยการ รวยเร็ว และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทที่ซับซ้อน บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถที่จะคาดเดาอนาคตได้

ข้อปฏิบัติ
หลีกเลี่ยงบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
ลงุทนในธุรกิจ “คลื่นลูกเก่า”
บริษัทใช้เวลาเป็นทศวรรษเพื่อที่จะกลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่

8. จงหลีกเลี่ยงการลงทุนในแบบที่บัฟเฟตต์เรียกว่า “เรือของโนอาร์” 

คือซื้อโน่นนิดนี่หน่อย จะดีกว่าถ้าลงทุนมาก ๆ ในหุ้นน้อยตัว

เมื่อคุณมั่นใจว่าธุรกิจนั้นมีความเข้มแข็ง จงมั่นใจและอย่าลังเลที่จะซื้อหุ้นในจำนวนมาก แทนที่จะซื้อหุ้น 15-20 บริษัทที่พอใช้ได้


9. ฝึกที่จะอยู่นิ่ง

สัญญาณของความสำเร็จในการลงทุนคือ ความสามารถที่จะปล่อยวางให้เวลาผ่านไปโดยไม่ต้องเคลื่อนไหว

อย่าซื้อขายเพราะเห็นแก่กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ 

การซื้อขายมาก ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของนักลงทุนที่โลเล ซึ่งมักจะจบลงด้วยการขาดทุนมากกว่าจะกำไร


10. อย่ามองตัววิ่ง [ราคาหุ้น]

ราคาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของตัววิ่ง แต่การลงทุนเป็นอะไรที่มากกว่าราคา

ให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า หลีกเลี่ยงจากตัววิ่งและละเว้นจากการดูราคาหุ้นทุก ๆ วัน

วอเร็น บัฟเฟตต์ ไม่เคยรู้ว่าบริษัทเบิร์กไซร์ฮาธาเวย์ของเขาว่าซื้อขายกันที่ราคาเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นวานนี้, วันนี้ หรือพรุ่งนี้ 

แต่เขาสนใจว่าจะซื้อขายกันที่ราคาเท่าใดในทศวรรษหน้า เพราะนั่นคือการวัดศักยภาพและมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท

11. มองตลาดหุ้นขาลง ให้เป็นโอกาส

ตลาดหุ้นขาลงไม่ได้ฆ่าใคร แต่กลับเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นถ้าผู้คนเริ่มวิ่งหนีออกจากหุ้นดี ๆ จงเตรียมพร้อมที่จะลุยไปกับหุ้น

จงมองหาบริษัทที่มีคุณภาพที่กำลัง “ลดราคา”สำหรับคุณภาพ นั่นหมายถึง พื้นฐานที่รองรับธุรกิจและคุณภาพของทีมบริหาร

บัฟเฟตต์พูดว่า “นักลงทุนจะไม่ขาดทุนเมื่อตลาดปรับตัวลงจะมีก็เพียงนักเก็งกำไรเท่านั้นที่ขาดทุน” 

ดังนั้นจงเป็นนักลงทุนแบบวอเร็น บัฟเฟตต์

12. อย่าตีบอลทุกลูกที่ขว้างมา

บัฟเฟตต์ชอบเปรียบเทียบแนวทางการลงทุนของเขากับเรื่องของเบสบอล เขาเปรียบนักลงทุนว่าเหมือนกับผู้เล่นที่ยืนอยู่บนโฮมเบสที่พร้อมจะตีลูก 

ตลาดหุ้นก็เหมือนกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ขว้างลูกมาให้นักลงทุนตีอยู่ตลอดเวลา 

เขาแนะนำว่า “อย่าตีบอลทุกลูกที่ขว้างมา” 

จงอดทนแล้วปล่อยให้ลูกบอลที่ขว้างผ่านไป ให้รอเฉพาะลูกสวย ๆ ตีง่าย ๆ ที่ถูกขว้างมาแล้วค่อยตี


13. อย่าสนใจเรื่องมหาภาค จงสนใจแต่เรื่องจุลภาค

เรื่องใหญ่ ๆ อย่างเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจ เป็นเรื่องภายนอกธุรกิจอย่าไปใส่ใจกับมัน 

จงสนใจแต่เรื่องเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง

14. จับจ้องมองการบริหาร

บัฟเฟตต์ จะมองหาธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่าพร้อมกับผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่เสมอ
1. ทีมผู้ยริหารทำงานเพื่อผู้ถือหุ้น หรือทำงานเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเขาเองโดยใช้ทรัพยากรของผู้ถือหุ้น?
2. ผู้บริหารใช้งบประมาณของบริษัทอย่างรอบคอบ หรือเป็นผู้บริหารที่ใช้เงินสิ้นเปลือง?
3. ผู้บริหารทุ่มเทเพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นและใช้จ่ายเงินลงทุนอย่างเหมาะสมหรือไม่?
4. ผู้บริหารมีโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและหลีกเลี่ยงการออกหุ้นใหม่ที่จะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงหรือไม่?
5. ผู้ถือหุ้นถูกปฏิบัติอย่างหุ้นส่วน หรือเป็นเพียงแค่หุ่นไล่กา?
6. รายงานประจำปีของบริษัทเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องตรงไปตรงมาหรือว่ามีแต่เรื่องไร้สาระ?
7. ผู้บริหารรายงานข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง หรือพยายามปกปิดข้อมูลความเป็นจริง?

ประเมินทีมผู้บริหารก่อนที่คุณจะลงทุน
มองหาบริษัทที่เป็นมิตรกับผู้ถือหุ้น
หลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประวัติเสียงทางการเงินและกลโกงทางบัญชี


15. ราชาแห่งวอลสตรีทนั้นไม่ใส่เสื้อผ้า

บัฟเฟตต์ บอกว่า วอลสตรีทเป็นที่ ๆ เดียวที่คนซึ่งมาด้วยรถ Rolls-Royces ฟังคำแนะนำของคนซึ่งมาด้วยรถไฟใต้ดิน

อย่าสนใจกราฟ

กุญแจของการลงทุนคือ วินัย และความอดทน

ให้ค้นหาความแตกต่างระหว่าง มูลค่าของธุรกิจกับราคาของหุ้นในตลาด


16. ฝึกที่จะคิดให้เป็นอิสระ

อยู่ให้ห่างจากฝูงชนที่แต่ตื่น ถ้าไม่อย่างนั้น ความอลห่มานจะมาเยือคุณและการลงทุนของคุณ

ทำการบ้านของคุณและตัดสินใจเลือกการลทุนด้วยตัวคุณเอง

17. จงอยู่ในของเขตความรอบรู้ของคุณ

จงสร้างโซนของความชำนาญขึ้นมา แล้วอยู่แต่ในโซนนั้น และอย่าโทษตัวเองถ้าพลาดโอกาสดี ๆ ที่เกิดขึ้นนอกโซนที่คุณสร้างขึ้น

จดรายชื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมที่คุณรู้สึกสบายใจด้วย

อย่าสร้างข้อยกเว้นให้กับขอบเขตความรอบรู้ของคุณ

เล่นเกมของคุณ ไม่ใช่เล่นเกมของคนอื่น

18. อย่าสนใจการพยากรณ์ตลาดหุ้น

การทำนายราคาหุ้น หรือหุ้นกู้ในระยะสั้น ๆ นั้นไร้ประโยชน์ พวกมันบอกเกี่ยวกับผู้ทำนายมากกว่าที่พวกมันจะบอกเกี่ยวกับอนาคต

อย่าให้การพยากรณ์มายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจการลงทุนของคุณ

เอาเวลาที่จะใช้กับการฟังพยากรณ์ตลาดหุ้น ไปใช้กับการวิเคราะห์ประวัติผลการดำเนินงานของบริษัทดีกว่า

พัฒนากลยุทธ์การลงทุนโดยไม่ต้องพึ่งพาภาพรวมการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น


19. รู้จักกับ “นายตลาด” และ “Margin of Safety”

นักลงทุนที่ดีคือ ใครก็ตามที่สามารถรวมเอาการเลือกธุรกิจที่ดีเข้ากับความสามารถที่จะวางเฉยต่อการแกว่งตัวอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นได้

เมื่อเกิดความสับสน จงนึกถึงแนวความคิดของ เบน เกรแฮม ในเรื่อง “นายตลาด” และให้มองหา “Margin of Safety”

รอจนกว่าเวลาของคุณจะมาถึง 

คอยจนกว่านายตลาดจะหดหู่ และทำให้ราคาของหุ้นลดลงมากพอที่จะสร้างโอกาสในการซื้อที่มี Margin of Safety ในปริมาณที่เหมาะสม

20. จงตื่นกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังตื่นกลัว

คุณสามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าใครจะโลภ, ตื่นกลัว หรือโง่เขลา คุณแค่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไรหรือกำลังเป็นอะไรอยู่เท่านั้น

ซื้อเมื่อคนอื่นกำลังขายและขายเมื่อคนอื่นกำลังซื้อ

จงเตรียมพร้อมที่จะลงทุนอย่างรวดเร็วเมื่อโอกาสนั้นมาถึง

21. อ่าน, อ่านให้มาก แล้วคิดให้ดี

บัฟเฟตต์ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวันในการอ่านหนังสือ และใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการคุยโทรศัพท์ ส่วนเวลาที่เหลือหมดไปกับการ “คิด”
อุตสาหกรรมการลงทุนนั้นไม่เหมือนกับอุตสากรรมอื่น ๆ การที่จะลงทุนนั้นต้องสะสมความรู้ และยังมีสิ่งที่คุณไม่รู้อีกมากมายซึ่งพร้อมที่จะให้คุณค้นพบ

22. ใช้แรงม้าของคุณให้เต็มที่

คนทั่ว ๆ ไปมี “เครื่องยนต์ขนาด 400 แรงม้า” แต่สามารถใช้ได้เพียง 100 แรงม้าเท่านั้น
ใครก็ตามที่สามารถใช้แรงม้าได้เต็มที่จากเครื่องยนต์ขนาดแค่ 200 แรงม้า ก็สามารถทำได้ดีกว่าคนอื่น ๆ มาก

23. อย่าทำพลาด จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น

ให้ความสำคัญกับการศึกษาความผิดพลาด และเรียนรู้ที่จะไม่ทำมัน

จงระวังคำสัญญาที่พร่ำบอกเกี่ยวกับการรวยเร็วและผลตอบแทนที่สูงลิ่ว ซึ่งมันมักจะมาควบคู่กับความเสี่ยงก้อนโตเสมอ

จงกระตือรือร้นที่จะตัดสินใจลงทุนด้วยตัวคุณเองและอย่าสละอำนาจการควบคุมพอร์ตโพลิโอของคุณไปให้คนอื่น

จับตาดูต้นทุนอยู่เสมอ

“จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น มันไม่มีเหตุผลที่จะใช้ชีวิตอันแสนเศร้าบนเรื่องราวความผิดพลาดที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว”

24. ก้าวสู่การเป็นนักลงทุนผู้รอบรู้

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการลงทุนแบบรอบรู้ก็คือ มันสามารถสร้างความมั่งคั่งให้คุณได้ถ้าคุณไม่รีบร้อนจนเกินไป และมันจะไม่ทำให้คุณจนลง
จงต่อสู้กับเสียงรบกวนต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะแห่งความเป็นจริง

ฝึกที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

จดสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำถูก จดสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำผิด จทำวันนี้ให้มากและทำวันหลังให้น้อยลง

การลงทุ่นคือ การหลีกเลี่ยงปัญหาทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด และแก้ปัญหาทางธุรกิจให้น้อยที่สุด 

มันเกี่ยวกับการหาและกระโดดข้าม “รั้วที่สูงแค่ 1 ฟุต” ไม่ใช่การพัฒนาความสามารถพิเศษเพื่อที่จะกระโดดข้ามรั้วที่สูง 7 ฟุต

ขอบคุณ: How Buffett Does It ตามรอยวอเร็น บัฟเฟตต์ โดย James Pardoe แปลโดย เอกสิทธิ์ หัสสรังสี
"Thank You" from 1 Member

Comment

Comment:

Tweet

(( Hot! Hot! ))

#1 By Nirankas on 2013-04-21 09:39

Pr Master Pawit View my profile